Editorials I Promise I will comeback 7/10
รีวิว: I Promise I Will Comeback – การรอคอยท่ามกลางตำนานแห่งเมืองแพร่
I Promise I Will Comeback เป็นซีรีส์วายแนวโรแมนติกดราม่าที่หยิบยกเอาเรื่องราวของความผูกพันและการรอคอยมาเล่าผ่านความรักของหนุ่มเหนือที่ชื่อ 'TK' และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 'Victor' โดยมีการนำตำนานความรักอมตะในท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจหลัก ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจมากครับ
ในด้าน เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่อง ด้วยจำนวน 8 ตอนที่ค่อนข้างสั้น ทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง TK และ Victor ยังไม่สามารถทำให้ผมอินตามได้เท่าที่ควร ส่วนตัวอยากให้ซีรีส์ขยี้ความโรแมนติกให้มากกว่านี้อีกสักนิด แต่ในทางกลับกัน ผมกลับอินกับความสัมพันธ์ระหว่าง 'หนานไกร' กับ โต๋นแตร หรือ TK มากกว่า เพราะเข้าใจบริบทของการแอบรักที่ฝ่ายหนึ่งคิดแค่พี่น้องได้ลึกซึ้งกว่าครับ อีกเรื่องที่ต้องชื่นชมคือการถ่ายทอด Soft Power และวัฒนธรรมประเพณีของจังหวัดแพร่ออกมาได้ดีมาก ๆ ครับ
สำหรับ นักแสดง ทุกคนมีเสน่ห์และถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีครับ โดยเฉพาะ โต๋นแตร-ทินกร ภูวศักดิ์วงศ์ ที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผมตัดสินใจดูเรื่องนี้เลยครับ
ในส่วนของ งานโปรดักชัน มีจุดที่ผมติดขัดคือเรื่อง "โทนภาพ" ที่ขุ่นมัวและสว่างเกินไปจนทำลายอรรถรสไปบ้าง รวมถึงดนตรีประกอบที่ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยสมูทครับ ส่วนซีนความสัมพันธ์ (NC) หากปรับการจัดแสงและเพิ่มความเป็นศิลปะ (Artistic) ผสมความสมจริง (Real) เข้าไป น่าจะช่วยให้ซีนเหล่านั้นดูน่าสนใจและมีมิติมากขึ้นครับ
อย่างไรก็ตาม เพลงประกอบซีรีส์อย่าง “ฉันคอยเธอ” โดย Phumpak (KHAO) กลับเป็นสิ่งที่ผมชอบมากและยังฟังมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะถ่ายทอดอารมณ์ของซีรีส์ออกมาได้ถึงใจจริง ๆ ครับ
คะแนนรวม: 7/10
แม้โดยรวมซีรีส์อาจจะยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผมในหลาย ๆ จุด แต่ผมก็เข้าใจในสิ่งที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อสารครับ ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่ทำออกมาได้ดีในแง่ของ Soft Power และผมก็ยังรอติดตามผลงานเรื่องต่อไปของทีมงานอยู่นะครับ! สามารถรับชมฉบับ Uncut ได้ทาง WETV และ YouTube: OHAO STUDIO ครับ
I Promise I Will Comeback เป็นซีรีส์วายแนวโรแมนติกดราม่าที่หยิบยกเอาเรื่องราวของความผูกพันและการรอคอยมาเล่าผ่านความรักของหนุ่มเหนือที่ชื่อ 'TK' และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 'Victor' โดยมีการนำตำนานความรักอมตะในท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจหลัก ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจมากครับ
ในด้าน เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่อง ด้วยจำนวน 8 ตอนที่ค่อนข้างสั้น ทำให้การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง TK และ Victor ยังไม่สามารถทำให้ผมอินตามได้เท่าที่ควร ส่วนตัวอยากให้ซีรีส์ขยี้ความโรแมนติกให้มากกว่านี้อีกสักนิด แต่ในทางกลับกัน ผมกลับอินกับความสัมพันธ์ระหว่าง 'หนานไกร' กับ โต๋นแตร หรือ TK มากกว่า เพราะเข้าใจบริบทของการแอบรักที่ฝ่ายหนึ่งคิดแค่พี่น้องได้ลึกซึ้งกว่าครับ อีกเรื่องที่ต้องชื่นชมคือการถ่ายทอด Soft Power และวัฒนธรรมประเพณีของจังหวัดแพร่ออกมาได้ดีมาก ๆ ครับ
สำหรับ นักแสดง ทุกคนมีเสน่ห์และถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีครับ โดยเฉพาะ โต๋นแตร-ทินกร ภูวศักดิ์วงศ์ ที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผมตัดสินใจดูเรื่องนี้เลยครับ
ในส่วนของ งานโปรดักชัน มีจุดที่ผมติดขัดคือเรื่อง "โทนภาพ" ที่ขุ่นมัวและสว่างเกินไปจนทำลายอรรถรสไปบ้าง รวมถึงดนตรีประกอบที่ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยสมูทครับ ส่วนซีนความสัมพันธ์ (NC) หากปรับการจัดแสงและเพิ่มความเป็นศิลปะ (Artistic) ผสมความสมจริง (Real) เข้าไป น่าจะช่วยให้ซีนเหล่านั้นดูน่าสนใจและมีมิติมากขึ้นครับ
อย่างไรก็ตาม เพลงประกอบซีรีส์อย่าง “ฉันคอยเธอ” โดย Phumpak (KHAO) กลับเป็นสิ่งที่ผมชอบมากและยังฟังมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะถ่ายทอดอารมณ์ของซีรีส์ออกมาได้ถึงใจจริง ๆ ครับ
คะแนนรวม: 7/10
แม้โดยรวมซีรีส์อาจจะยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผมในหลาย ๆ จุด แต่ผมก็เข้าใจในสิ่งที่ผู้สร้างต้องการจะสื่อสารครับ ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่ทำออกมาได้ดีในแง่ของ Soft Power และผมก็ยังรอติดตามผลงานเรื่องต่อไปของทีมงานอยู่นะครับ! สามารถรับชมฉบับ Uncut ได้ทาง WETV และ YouTube: OHAO STUDIO ครับ
Was this review helpful to you?


