To My Shore The Series (พระโพธิสัตว์) 9/10
สำหรับเรื่อง To My Shore The Series (พระโพธิสัตว์) เป็นซีรีส์จีนแนว BL ที่ผสมผสานทั้งความโรแมนติก ดราม่า และการวางแผนแก้แค้นระหว่างตัวละคร ความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องมีความซับซ้อนและค่อนข้างอธิบายได้ยาก ทำให้เนื้อเรื่องมีมิติและชวนติดตาม
ในส่วนของโปรดักชันโดยรวม ผมมองว่าทำออกมาได้ดีมาก ภาพมีความสวยงาม การใช้แสงและโทนสีช่วยสร้างบรรยากาศของเรื่องได้อย่างลงตัว
สำหรับการดำเนินเรื่อง ซีรีส์เล่าเรื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ละตอนมีจังหวะที่น่าติดตามและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทำให้ผู้ชมสามารถรับชมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้สึกเบื่อ
ด้านการแสดง นักแสดงมีเสน่ห์และสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้ดี ทำให้ความสัมพันธ์และความขัดแย้งของตัวละครดูน่าเชื่อถือ
อีกหนึ่งสิ่งที่ผมชอบมากคือเพลงประกอบซีรีส์ 妄念 (Delusion) ซึ่งเป็นเพลงธีมของเรื่อง ถ่ายทอดอารมณ์ของซีรีส์ออกมาได้อย่างไพเราะและน่าประทับใจ
โดยรวมแล้ว To My Shore The Series เป็นซีรีส์จีนอีกเรื่องหนึ่งที่ผมชื่นชอบและอยากแนะนำให้ลองรับชม สามารถรับชมได้ทาง GagaOOLala ครับ
Was this review helpful to you?
My Grandpa Is a BL Writer (2026)
My Grandpa Is a BL Writer (2026) เป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวของ "คุณปู่สมศักดิ์" นักเขียนนิยายที่กำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงิน และต้องการหาเงินอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษามูลนิธิเด็กกำพร้าที่ตนเองผูกพันเอาไว้ด้วยอาชีพนักเขียน คุณปู่จึงมองหาหนทางในการสร้างรายได้จากการเขียนนิยายอีกครั้ง แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน แนวที่ได้รับความนิยมอย่างมากกลับเป็น "นิยายวาย" ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่คุณปู่เคยเขียนมาโดยตลอด ทำให้เขาต้องก้าวออกจากกรอบความคุ้นเคยของตัวเองและเรียนรู้โลกใบใหม่
ระหว่างนั้น "เซฟ" หลานชายของคุณปู่ได้เข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษา และเพื่อให้คุณปู่เข้าใจความสัมพันธ์ในนิยายวายมากขึ้น เซฟจึงเริ่มทดลองคบหากับเพื่อนของเขาอย่าง "กาย" เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการเขียน เรื่องราวทั้งหมดจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของทั้งการสร้างสรรค์นิยาย การเรียนรู้ระหว่างคนต่างวัย และความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด
สามารถรับชมได้ทาง Viu
สำหรับผม นี่เป็นซีรีส์ที่ชอบมากเรื่องหนึ่ง เพราะตัวเรื่องค่อย ๆ เล่าเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติ มีเป้าหมายและปัญหาที่ชัดเจนให้ตัวละครต้องเผชิญ ทำให้ผู้ชมรู้สึกลุ้นและเอาใจช่วยอยู่ตลอดว่าเรื่องราวจะคลี่คลายไปในทิศทางใด
สิ่งที่ผมชอบมากคือการนำเสนอความแตกต่างระหว่างคนสองยุคสองวัย ระหว่างคุณปู่ที่เติบโตมากับแนวคิดแบบดั้งเดิม และคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองต่อโลกและความรักแตกต่างออกไป การเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากันของตัวละครทำออกมาได้น่ารัก อบอุ่น และดูเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ ซีรีส์ยังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครได้อย่างน่าสนใจ จากจุดเริ่มต้นที่ดูเหมือนเป็นเพียงการช่วยเหลือกันเพื่อประโยชน์บางอย่าง ค่อย ๆ พัฒนาไปเป็นความผูกพันและความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ชมสามารถอินไปกับความสัมพันธ์ของตัวละครได้ไม่ยาก
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจคือ ในหลาย ๆ ตอนของซีรีส์ยังสอดแทรกข้อคิดและมุมมองเกี่ยวกับชีวิต ความเข้าใจผู้อื่น และการยอมรับความแตกต่างเอาไว้ด้วย ทำให้เรื่องนี้ไม่ได้มีเพียงความโรแมนติกเท่านั้น แต่ยังมีเนื้อหาที่อบอุ่นและชวนให้คิดตาม
สำหรับการแสดง ผมขอชื่นชมนักแสดงทุกคน เพราะแต่ละคนสามารถถ่ายทอดบทบาทของตนเองออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ผมรู้สึกอินไปกับตัวละครตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นฉากที่มีความสุข ฉากโรแมนติก หรือฉากที่เต็มไปด้วยความเศร้า ทุกอารมณ์ถูกส่งต่อมายังผู้ชมได้อย่างชัดเจน
ในด้านโปรดักชันก็ทำออกมาได้ดี ทั้งมุมกล้อง การถ่ายทำ และเพลงประกอบที่ช่วยเสริมบรรยากาศของเรื่องได้อย่างลงตัว ทำให้การรับชมเป็นไปอย่างเพลิดเพลินตลอดทั้งซีรีส์
โดยรวมแล้ว My Grandpa Is a BL Writer (2026) เป็นซีรีส์ที่สร้างความประทับใจให้กับผมอย่างมาก เป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความฟิน ความน่ารัก ความอบอุ่น และข้อคิดดี ๆ หลายอย่าง ทุกครั้งที่ได้ดูผมรู้สึกยิ้มตามและมีความสุขไปกับเรื่องราวของตัวละคร จึงเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชม
⭐ คะแนนรวม : 10/10
Was this review helpful to you?
Let Me Into Your Heart The Series 6/10?
โดยภาพรวม Let Me Into Your Heart The Series เป็นซีรีย์ที่มีแนวคิดน่าสนใจตั้งแต่ตัว OFFICIAL PILOT ที่สามารถผูกเรื่องราวซีรีย์วายเข้ากับ “ลิเก” ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านยอดนิยมของไทยได้อย่างลงตัว ถือเป็นความกล้าที่แตกต่างและน่าชื่นชม เพราะไม่ค่อยเห็นผลงานแนวนี้บ่อยนักนักแสดงมีความโดดเด่น โดยเฉพาะความสามารถด้านการขับร้องลิเกที่ทำออกมาได้ไพเราะและน่าประทับใจ สะท้อนถึงความตั้งใจของทีมงานในการยกระดับศิลปะไทยให้เข้ากับรูปแบบซีรีย์สมัยใหม่
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองส่วนตัว จุดที่รู้สึกว่ายังเป็นข้อจำกัดของเรื่องคือ “จังหวะการดำเนินเรื่อง” บางช่วงค่อนข้างยืดและขาดความกระชับ ทำให้ความน่าสนใจและความตื่นเต้นดรอปลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่พล็อตและองค์ประกอบโดยรวมมีศักยภาพมากกว่านั้น ตรงนี้จึงเป็นส่วนที่ทำให้ผมรู้สึกเสียดาย และเป็นเหตุผลหลักที่ต้องหักคะแนน
ถึงอย่างไร ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะผู้ชมที่คาดหวังกับไอเดียที่ดีของเรื่อง หากมีการพัฒนาเรื่องจังหวะและความเข้มข้นให้มากขึ้น เชื่อว่าจะสามารถยกระดับซีรีย์ได้อีกมาก
สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง YouTube : Let Me Into Your Heart ครับ
Was this review helpful to you?
Lost to You (2026) 9/10
Lost to You (2026) เป็นซีรีส์แนว BL โรแมนติก–ดราม่า ที่บอกเล่าเรื่องราวของ Zhan Wang และ Xu Yuan โดย Zhan Wang เป็นชายหนุ่มที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งสมองระยะสุดท้าย จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิด และได้พบกับ Xu Yuan ชายผู้ถูกผู้คนตราหน้าว่าเป็น "ตัวซวย" การพบกันของทั้งสองจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว ความสัมพันธ์ และบททดสอบมากมาย สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง Viu และ GagaOOLala
โดยรวมแล้ว ผมมองว่าซีรีส์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าประทับใจ ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นแต่ดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผู้ชมได้ซึมซับอารมณ์และเข้าใจตัวละครอย่างเต็มที่ ซีรีส์สามารถผสมผสานทั้งความดราม่า ความโรแมนติก และปมปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งสร้างความน่าติดตามและชวนลุ้นตลอดการรับชม
จุดที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษคือการเล่าเรื่องที่ไม่เร่งรีบจนเกินไป ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงอารมณ์ เข้าใจบริบท และความรู้สึกของตัวละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ นักแสดงทุกคนต่างมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ่ายทอดบทบาทได้อย่างน่าเชื่อถือ และมีเคมีที่ดีต่อกัน
ในด้านโปรดักชัน ถือว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยม ทั้งการเลือกมุมกล้อง งานภาพที่สวยงาม การใช้แสง สี และเสียง ล้วนช่วยเสริมบรรยากาศของเรื่องได้อย่างลงตัว ทำให้ผู้ชมอินไปกับทุกฉากและทุกอารมณ์ของตัวละคร
สุดท้ายนี้ ผมให้คะแนน 9/10 แม้ว่าส่วนตัวจะคาดหวังตอนจบที่แตกต่างออกไปมากกว่านี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ดี เพียงแค่ไม่เป็นไปตามที่ผมคาดหวังเท่านั้น ส่วนองค์ประกอบด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่อง การแสดง และงานสร้าง ถือว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จึงเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชมครับ
Was this review helpful to you?
Reloved The Series เริ่มใหม่หัวใจเดิม 7.5/10
Reloved The Series เริ่มใหม่หัวใจเดิม เป็นซีรีย์ที่มีพล็อตน่าสนใจ เล่าเรื่องความรักตั้งแต่วัยนักศึกษาไปจนถึงการเริ่มต้นใหม่ในช่วงวัยทำงาน โดยภาพรวมถือว่าเป็นอีกหนึ่งซีรีย์ที่มีคุณภาพ และสามารถดึงความสนใจของผู้ชมได้ดีตลอดการรับชมจุดเด่นของเรื่องคือปมความสัมพันธ์ของคู่หลัก ที่ทิ้งคำถามไว้ในทุกตอนว่าทำไมทั้งสองคนถึงเลิกรากันในอดีต ซึ่งทำให้คนดูต้องคอยติดตามและคาดเดาคำตอบไปเรื่อย ๆ และเมื่อเรื่องราวค่อย ๆ คลี่คลาย ก็พบว่าสิ่งที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกอาจไม่เป็นอย่างที่คิด ทำให้การดูซีรีย์มีความสนุกและน่าติดตามมากขึ้น
ในส่วนของการแสดง นักแสดงแต่ละคนถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างสมบทบาท มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้ตัวละครดูมีชีวิตและเข้าถึงอารมณ์ได้ไม่ยาก
สิ่งที่อยากขอเสนอแนะเล็กน้อยคือ ในทุกตอนจะมีการเล่าเหตุการณ์ในอดีตแทรกเข้ามาเป็นระยะ ๆ ซึ่งในมุมมองส่วนตัว หากมีการเล่าเรื่องราวในอดีตให้จบเป็นช่วงเดียว อาจช่วยให้การรับชมดูเข้าใจง่ายและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น
โดยรวมแล้ว Reloved The Series เริ่มใหม่หัวใจเดิม เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำสำหรับคนที่ชอบซีรีย์แนวโรแมนติกดราม่าที่มีปมให้ติดตาม สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง iQIYI ครับ
Was this review helpful to you?
Gel Boy (2025) | 10/10 สมบูรณ์แบบในทุกองค์ประกอบ
Gel Boy (2025) เป็นซีรีส์แนว Boy Love ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของวัยรุ่นผ่านตัวละคร 2 คู่ ได้แก่ Chian – Four Mod และ Baabin – Bua โดยนำเสนอวิถีชีวิตของกลุ่มวัยรุ่นผู้ชายที่ชื่นชอบการทำเล็บเจล ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน พร้อมทั้งสะท้อนความสัมพันธ์ในรูปแบบ "สถานะกั๊กใจ" (Situationship) ที่ทั้งอบอุ่น ซับซ้อน และชวนให้ติดตาม ใครที่สนใจสามารถรับชมย้อนหลังได้ทุกตอนทาง IQIYIสำหรับเรื่องนี้ ผมขอให้คะแนน 10/10 เพราะรู้สึกว่าซีรีส์ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบในแทบทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่พล็อตเรื่องที่มีความสดใหม่ ไม่ซ้ำกับซีรีส์วัยรุ่นทั่วไป การสะท้อนวิถีชีวิตและมุมมองความรักของเด็กยุคปัจจุบัน รวมไปถึงการเล่าเรื่องที่ผสมผสานทั้งความโรแมนติก ดราม่า และปัญหาที่วัยรุ่นต้องเผชิญได้อย่างลงตัว ทุกตอนมีความน่าติดตามจนทำให้ผมตื่นเต้นและรอคอยตอนใหม่อยู่เสมอ
ในส่วนของนักแสดง ต้องบอกตามตรงว่าก่อนดูผมแทบไม่รู้จักนักแสดงคนไหนเลย แต่เมื่อได้รับชมแล้วรู้สึกประทับใจมาก ทุกคนแสดงได้เป็นธรรมชาติ ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครได้ดีจนทำให้เชื่อในความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ โดยเฉพาะฉากดราม่าหรือฉากร้องไห้ที่สามารถสื่ออารมณ์ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้ผมอินและรู้สึกตามตัวละครไปด้วย ถือว่าเป็นอีกจุดแข็งของซีรีส์เรื่องนี้ที่อยากชื่นชมจริง ๆ
อีกหนึ่งสิ่งที่ผมชอบมากคือ งานโปรดักชัน ทั้งมุมกล้อง การจัดองค์ประกอบภาพ และโทนสีของเรื่อง ตอนแรกที่ดูรู้สึกว่าภาพมีเอกลักษณ์แตกต่างจากซีรีส์ทั่วไป ก่อนจะทราบว่าซีรีส์เลือกใช้โทรศัพท์มือถือในการถ่ายทำ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมากลับดูแปลกใหม่ มีเสน่ห์ และเข้ากับบรรยากาศของเรื่องได้อย่างลงตัว สะท้อนวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้ดีมาก นอกจากนี้การเลือกใช้ภาพและการเล่าเรื่องผ่านมุมกล้องยังช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมได้เป็นอย่างดี
และอีกสิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นก็คือ เพลงประกอบ (OST.) ที่ไพเราะและเข้ากับอารมณ์ของแต่ละฉากมาก หลายเพลงฟังแล้วติดหูจนทุกวันนี้ยังเผลอฮัมตามอยู่เลย
โดยสรุปแล้ว Gel Boy (2025) เป็นซีรีส์ที่ผมประทับใจมาก ทั้งในด้านบท นักแสดง งานโปรดักชัน และเพลงประกอบ ทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ดีที่สุดที่ผมได้ดูในปีนี้
หากใครกำลังมองหาซีรีส์วัยรุ่นที่มีทั้งความรัก ความอบอุ่น ดราม่า และสะท้อนชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าสนใจ ผมขอแนะนำเรื่องนี้เลยครับ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน
Was this review helpful to you?
Love of Silom (2026)
Love of Silom (2026) เป็นซีรีส์แนว BL โรแมนติก–ดราม่า ที่บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่าง Wayu และ Krit ซึ่งเป็นความรักของคนต่างสถานะ โดย Wayu ทำงานเป็นโฮสต์บาร์เพื่อหาเงินช่วยเหลือครอบครัว จนวันหนึ่งเขาได้พบกับ Krit นายตำรวจหนุ่ม และการพบกันครั้งนั้นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว ความสัมพันธ์ และอุปสรรคต่าง ๆ ที่ทั้งสองต้องเผชิญ สามารถรับชมได้ทาง WeTVโดยรวมแล้ว ซีรีส์ดำเนินเรื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีการลำดับเหตุการณ์ที่สมเหตุสมผล พร้อมผสมผสานทั้งปมปัญหา ความดราม่า และความโรแมนติกได้อย่างลงตัว ทำให้เรื่องราวมีความน่าติดตาม อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัว ผมรู้สึกว่ามีบางช่วงที่การดำเนินเรื่องค่อนข้างช้า จนทำให้จังหวะของเรื่องแผ่วลงและอาจทำให้ผู้ชมบางคนรู้สึกเบื่อได้บ้าง
ในด้านการแสดง นักแสดงทุกคนถ่ายทอดบทบาทได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะนักแสดงที่รับบทเป็นโฮสต์บาร์ ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นมาก ฉากเปิดตัวของเหล่าโฮสต์เป็นหนึ่งในซีนที่ผมประทับใจที่สุด เพราะทุกคนสามารถถ่ายทอดบุคลิก การแสดง และการเอนเตอร์เทนลูกค้าออกมาได้อย่างสมบทบาท จนสัมผัสได้ถึงความตั้งใจและการเตรียมตัวของนักแสดง ส่งผลให้ฉากดังกล่าวมีเสน่ห์และน่าจดจำ
สำหรับงานโปรดักชันก็ทำออกมาได้ดี ทั้งการเลือกมุมกล้อง งานภาพ และการจัดองค์ประกอบของแต่ละฉากที่ช่วยสร้างบรรยากาศของเรื่องได้อย่างลงตัว แม้ว่าจะมีบางองค์ประกอบที่ยังไม่เป็นไปตามที่ผมคาดหวังไว้ แต่ก็ไม่ได้ลดทอนคุณภาพโดยรวมของซีรีส์มากนัก
สุดท้ายนี้ ผมให้คะแนน 7/10 แม้ว่าซีรีส์จะมีองค์ประกอบหลายด้านที่ทำออกมาได้ดี ทั้งการแสดง โปรดักชัน และการเล่าเรื่อง แต่ก็ยังมีบางจุดที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผม อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว และผมก็ยังอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชม Love of Silom ซึ่งสามารถรับชมได้ครบทุกตอนทาง WeTV ครับ
Was this review helpful to you?
Fourever You Part 2 (2025–2026)
Fourever You Part 2 (2025–2026) แบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 พาร์ต ได้แก่1. Beside the Sky
2. The Sun from Another Star
3. Lately, It's Winter
สำหรับ Part 2 ผมขอไม่กล่าวถึงเนื้อหาเพื่อหลีกเลี่ยงการสปอยล์ แต่จะขอพูดถึงภาพรวมของซีรีส์แทน
โดยส่วนตัว ผมมองว่า Part 2 มีความสมบูรณ์แบบมากกว่าพาร์ตแรก ด้วยการแบ่งเรื่องราวของแต่ละคู่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้แต่ละพาร์ตสามารถถ่ายทอดความสัมพันธ์และพัฒนาการของตัวละครได้อย่างเต็มที่ ผู้ชมจึงมีเวลาได้ซึมซับเรื่องราว เข้าใจบริบท และเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครแต่ละคู่ได้มากยิ่งขึ้น
การดำเนินเรื่องเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ ทำให้ทุกเหตุการณ์มีน้ำหนักและส่งผลต่ออารมณ์ของผู้ชมได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ผมชื่นชอบมากที่สุดของ Part 2
ในด้านนักแสดง ทุกคนถ่ายทอดบทบาทได้อย่างยอดเยี่ยม มีเสน่ห์เฉพาะตัว และแสดงออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้เคมีของแต่ละคู่โดดเด่นและน่าติดตาม
ด้านโปรดักชันก็ยังคงรักษามาตรฐานของ Studio Wabi Sabi ได้เป็นอย่างดี ทั้งงานภาพ การกำกับ และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศของเรื่องได้อย่างลงตัว ขณะที่เพลงประกอบ (OST.) ก็ยังคงไพเราะ ติดหู และช่วยเสริมอารมณ์ของแต่ละฉากได้อย่างยอดเยี่ยม
สุดท้ายนี้ สำหรับ Fourever You Part 2 ผมมองว่าเป็นพาร์ตที่ทำให้ซีรีส์มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น การแบ่งเรื่องราวของแต่ละคู่เป็นพาร์ตเฉพาะ ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงตัวละครและเรื่องราวได้อย่างเต็มอิ่ม จึงเป็นเหตุผลที่ผมให้คะแนน 10/10 และอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชมครับ
Was this review helpful to you?
Fourever You (2024) 7/10
Fourever You (2024)Fourever You (2024) Part 1 เป็นซีรีส์แนว BL โรแมนติก–คอมเมดี้ (Romantic Comedy) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของสองคู่หลัก ได้แก่ Hill – Easter และ Johan – North
สำหรับคู่ Hill และ Easter เรื่องราวเริ่มต้นจากปมความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ทำให้ทั้งสองต้องแยกจากกัน ก่อนจะกลับมาพบกันอีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัย และเริ่มต้นเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ยังคงค้างคาอยู่ในอดีต
ส่วนคู่ Johan และ North ความสัมพันธ์เริ่มต้นจากการพบกันครั้งแรก ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่ North เมาทะเลาะวิวาท และ Johan เข้ามาช่วยไว้ เมื่อเช้าวันรุ่งขึ้น North กลับตื่นมาพร้อมกับหนี้สินจำนวนหลายแสนบาท ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ทั้งสนุก ชวนลุ้น และเต็มไปด้วยความวุ่นวาย สามารถรับชมได้ทาง WeTV
โดยรวมแล้ว ผมมองว่าซีรีส์เรื่องนี้มีความน่าสนใจ ทั้งการเล่าเรื่อง ความโรแมนติก ความดราม่า และปมต่าง ๆ ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทำให้การรับชมในแต่ละตอนเต็มไปด้วยความสนุกและไม่น่าเบื่อ เป็นซีรีส์ที่ดูแล้วรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข
อย่างไรก็ตาม จุดที่ผมรู้สึกเสียดายคือการนำเรื่องราวของทั้ง 2 คู่ มาดำเนินไปพร้อมกัน หากแบ่งการเล่าเรื่องของแต่ละคู่ออกเป็นคนละพาร์ตเหมือน Part 2 ผมคิดว่าจะทำให้ผู้ชมสามารถอินกับความสัมพันธ์และพัฒนาการของแต่ละคู่ได้มากกว่านี้ การเล่าเรื่องแบบสลับกันทำให้บางช่วงอารมณ์สะดุด และเป็นจุดที่ทำให้ผมต้องหักคะแนนเล็กน้อย
ในด้านนักแสดง ทุกคนมีเสน่ห์เฉพาะตัว ทั้งความหล่อ ความน่ารัก และสามารถถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ เคมีของแต่ละคู่ก็ทำได้ดีจนชวนให้ติดตาม ส่วนงานโปรดักชันของ Studio Wabi Sabi ยังคงรักษามาตรฐานได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งงานภาพ การกำกับ และบรรยากาศของเรื่อง อีกทั้งเพลงประกอบ (OST.) ก็ยังคงคุณภาพเช่นเคย เพราะและติดหูในทุกเพลง
สุดท้ายนี้ ผมให้คะแนน 7/10 แม้องค์ประกอบหลายด้านของซีรีส์จะทำออกมาได้ดี ทั้งนักแสดง โปรดักชัน และเพลงประกอบ แต่ในมุมมองของผม การเล่าเรื่องที่แบ่งเวลาให้ทั้งสองคู่ในพาร์ตเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ของแต่ละคู่ได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น และผมก็ยังอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชม เพราะเชื่อว่าหลายคนอาจจะชื่นชอบซีรีส์เรื่องนี้ในมุมที่แตกต่างออกไปครับ
Was this review helpful to you?
Wu (2026) 10/10
ซีรีส์เรื่อง “Wu” เป็นซีรีส์แนวมิตรภาพที่ผสมผสานความลึกลับเหนือธรรมชาติ โดยเล่าเรื่องของ “พีท” ชายหนุ่มผู้มีโชคชะตาพิเศษ เพราะภายในร่างกายของเขามีเศษวิญญาณปีศาจสถิตอยู่ ทำให้สามารถสัมผัสพลังงานเหนือธรรมชาติได้ วันหนึ่งเขาได้พบกับ “นิรันดร์” ผู้ที่พาเขาเข้าสู่โลกของ “อู” และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง Viuโดยรวมแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้มีความน่าสนใจตั้งแต่การปูพื้นหลังของเรื่อง ความเป็นมาของเหตุการณ์ รวมถึงปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่ค่อย ๆ ถูกเปิดเผยอย่างเป็นลำดับ ด้วยจำนวนเพียง 9 ตอน ทำให้ทุกตอนมีความเข้มข้น กระชับ และชวนติดตามอยู่ตลอดเวลา
สำหรับผม หากซีรีส์หรือภาพยนตร์เรื่องไหนสามารถทำให้หัวใจเต้นแรง ลุ้นไปกับเนื้อเรื่องได้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ตรงกับรสนิยมของผม และ “Wu” ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ในด้านการแสดง ด้วยความที่เป็นผลงานจาก GMMTV จึงค่อนข้างมั่นใจในคุณภาพของนักแสดง ทุกคนถ่ายทอดบทบาทได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะฉากที่มีการ สวดบทสวดภาษาจีน ซึ่งเป็นฉากที่ผมชื่นชอบมาก เพราะถ่ายทอดออกมาได้ทรงพลัง ทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงอารมณ์และบรรยากาศของเรื่องได้อย่างชัดเจน
อีกหนึ่งจุดที่ผมประทับใจที่สุดคือ งานโปรดักชัน ภาพที่ถ่ายทอดออกมามีความเป็นศิลปะ (Art) สวยงาม การใช้ CG การออกแบบภาพ รวมถึง Sound Effects ช่วยเสริมให้เรื่องราวมีมิติ น่าติดตาม และสร้างความตื่นเต้นได้ตลอดการรับชม ถือเป็นองค์ประกอบที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
สุดท้ายนี้ สำหรับซีรีส์ “Wu” ผมให้คะแนน 10/10 เพราะองค์ประกอบโดยรวมมีความสมบูรณ์ ทั้งเนื้อเรื่อง การแสดง และงานสร้าง จึงเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชมครับ
Was this review helpful to you?
Your Dear Daddy (2026) 6/10
Your Dear Daddy (2026) เป็นซีรีส์ BL แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ที่เล่าเรื่องราวของ "สายธาร" ชายหนุ่มผู้มีปมในเรื่องความรักและไม่ค่อยเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ ขณะที่ "ศิลา" เป็นเจ้าของไร่และโรงแรม ทั้งสองได้พบกันโดยบังเอิญ และความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นจากความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืน (One Night Stand) ก่อนจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวต่าง ๆ ที่ตามมาสามารถรับชมได้ทาง IQIYI
สำหรับผม ซีรีส์เรื่องนี้มีการเล่าเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไป มีการปูพื้นตัวละครและปมปัญหาต่าง ๆ ได้ค่อนข้างดี ทำให้ผู้ชมเข้าใจที่มาที่ไปของการกระทำและความรู้สึกของตัวละครได้ไม่ยาก พัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักก็เป็นไปอย่างมีเหตุผลและน่าติดตาม
อย่างไรก็ตาม หลังจากรับชมจนจบแล้ว ส่วนตัวผมรู้สึกว่าเรื่องราวยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร บางอย่างดูเหมือนยังขาดหายไป ทำให้ตอนจบไม่ได้สร้างความรู้สึกอิ่มเอมหรือปิดเรื่องราวได้อย่างเต็มที่เท่าที่คาดหวังไว้ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ผมหักคะแนนในส่วนนี้
ในด้านการแสดง ผมคิดว่านักแสดงทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมาก การแสดงดูเป็นธรรมชาติและสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงความรู้สึกของตัวละครได้ตลอดทั้งเรื่อง
สำหรับงานโปรดักชันก็ถือว่าทำออกมาได้ดีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดองค์ประกอบภาพ มุมกล้อง การใช้แสง สี และดนตรีประกอบ ล้วนช่วยส่งเสริมอารมณ์ของแต่ละฉากและทำให้บรรยากาศของเรื่องออกมาน่าประทับใจ
สิ่งที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคือสถานที่ถ่ายทำ โดยเฉพาะฉากในไร่และพื้นที่ธรรมชาติที่ถ่ายทอดออกมาได้สวยงามมาก ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับซีรีส์และทำให้หลายฉากดูอบอุ่นและน่าจดจำยิ่งขึ้น
โดยรวมแล้ว Your Dear Daddy เป็นซีรีส์ที่มีจุดเด่นในด้านการแสดงและงานโปรดักชัน รวมถึงการเล่าเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่ด้วยความรู้สึกที่ว่าบางองค์ประกอบของเรื่องยังไม่สมบูรณ์และตอนจบยังไม่สามารถเติมเต็มความคาดหวังของผมได้ทั้งหมด จึงทำให้คะแนนโดยรวมลดลงไปบ้าง
⭐ คะแนนรวม : 6/10
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผม หากใครสนใจสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง IQIYI
Was this review helpful to you?
Fake Fact Lips (2026) 10/10
Fake Fact Lips (2026)Fake Fact Lips (2026) เป็นซีรีส์ BL แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ที่เล่าเรื่องราวของ "Shito Zen" และ "Yotsuya Rya" สองหนุ่มคู่แข่งกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการไม่ยอมแพ้กันได้ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวัยทำงาน เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในสถานที่ทำงานเดียวกัน
การกลับมาพบกันครั้งนี้ทำให้สัญชาตญาณแห่งการแข่งขันของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ท่ามกลางการประชันกันในเรื่องต่าง ๆ ความรู้สึกบางอย่างก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่ทั้งคู่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน
สำหรับผม Fake Fact Lips เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่สมบูรณ์แบบมากเรื่องหนึ่ง และผมขอให้คะแนนถึง 10/10 เลยทีเดียว ตัวเรื่องมีการเล่าอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีเหตุมีผลรองรับการกระทำและความรู้สึกของตัวละคร ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจพัฒนาการของความสัมพันธ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปจนถึงบทสรุปของเรื่อง
อีกสิ่งที่ผมชื่นชอบคือกลิ่นอายความเป็นซีรีส์ญี่ปุ่นที่ชัดเจน ทั้งวิธีการเล่าเรื่อง บรรยากาศ และการนำเสนอรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้เรื่องราวมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในด้านการแสดง นักแสดงทุกคนทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสายตา สีหน้า และการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าถึงความรู้สึกของตัวละครได้เป็นอย่างดี
สำหรับ Sato Yusuke และ Hori Kaito ทั้งสองคนมีเสน่ห์มาก และเคมีระหว่างกันก็ยอดเยี่ยมจนทำให้ผมติดตามเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ พวกเขาสามารถทำให้ความสัมพันธ์ของตัวละครดูน่าเชื่อถือและชวนให้เอาใจช่วยตลอดทั้งเรื่อง
ในส่วนของงานโปรดักชันก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นมุมกล้อง การจัดองค์ประกอบภาพ การใช้แสง สี และบรรยากาศของแต่ละฉาก ล้วนช่วยส่งเสริมอารมณ์และเรื่องราวได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดคือการนำเสนอฉากความสัมพันธ์ของตัวละคร ซึ่งมีพัฒนาการที่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องและความรู้สึกของตัวละคร ทุกฉากมีเหตุผลรองรับ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป และถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงามผ่านการใช้แสง สี เสียง และองค์ประกอบภาพต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเรื่องได้อย่างมาก
โดยรวมแล้ว Fake Fact Lips เป็นซีรีส์ที่มีความสมบูรณ์ทั้งในด้านเนื้อเรื่อง การแสดง และงานโปรดักชัน ทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ BL ที่ผมประทับใจมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชม
คะแนนรวม : 10/10
สามารถรับชมได้ทาง GagaOOLala
Was this review helpful to you?
Magic Move (ทำนายทายรัก)8/10
Magic Move (ทำนายทายรัก) เป็นซีรีส์ BL แนวโรแมนติกที่บอกเล่าเรื่องราวของ "ฤทธิ์" นักศึกษาหนุ่มผู้ทำงานเป็นหมอดูในร้าน Magic Move โดยใช้ "หินรูน" ในการทำนายดวงชะตา ด้วยความแม่นยำในการทำนาย ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากลูกค้ามากมายวันหนึ่งโชคชะตานำพาให้เขาได้พบกับ "อิทธิ" ชายหนุ่มที่เข้ามาใช้บริการดูดวงเพื่อตามหาเพื่อนสมัยเด็กที่เขาไม่เคยลืมเลือน เมื่อฤทธิ์ได้พบกับอิทธิ เขากลับเกิดความรู้สึกดี ๆ ขึ้นตั้งแต่แรกพบ และตัดสินใจสวมรอยเป็นเพื่อนวัยเด็กคนนั้นของอิทธิ การทำนายเพียงครั้งเดียวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรัก ความลับ และการค้นหาความจริงที่ตามมา
สามารถรับชมได้ทาง IQIYI และ YouTube ช่อง Moonlight Glow
สำหรับผม เป็นซีรีส์ที่ติดตามมาตั้งแต่ปล่อย Official Pilot ทาง YouTube ของ Moonlight Glow และเมื่อได้ดูเวอร์ชันเต็มก็รู้สึกว่าซีรีส์ทำออกมาได้น่าสนใจไม่แพ้ที่คาดหวังไว้
สิ่งที่ชอบมากคือการเล่าเรื่องที่ค่อยเป็นค่อยไป มีเหตุมีผล และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ค่อย ๆ ทำความรู้จักตัวละครและพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา นอกจากนี้ การนำเรื่องความเชื่อ การทำนายดวง และหินรูนมาผูกเข้ากับเนื้อเรื่องก็ถือเป็นจุดเด่นที่ช่วยสร้างความแตกต่างจากซีรีส์ BL ทั่วไป ทำให้เรื่องราวมีความแปลกใหม่และน่าติดตามมากขึ้น
ในด้านการแสดง นักแสดงทุกคนมีเสน่ห์และสามารถถ่ายทอดบทบาทของตัวเองออกมาได้ดี ทำให้ผู้ชมเชื่อในความรู้สึกและความสัมพันธ์ของตัวละคร อย่างไรก็ตาม มีบางฉากที่ส่วนตัวผมรู้สึกว่าการแสดงหรือบทสนทนาอาจยังดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อยและไม่ได้ส่งผลต่อความสนุกของเรื่องมากนัก
สำหรับงานโปรดักชัน ผมมองว่าทำออกมาได้ดี ทั้งการเลือกมุมกล้อง การจัดแสง และการจัดองค์ประกอบภาพในแต่ละฉาก ภาพรวมออกมาสวยงามและช่วยส่งเสริมบรรยากาศของเรื่องได้เป็นอย่างดี
อีกหนึ่งจุดที่ผมประทับใจคือฉากความสัมพันธ์ของตัวละคร ซึ่งถ่ายทอดออกมาได้อย่างสวยงาม มีทั้งความโรแมนติกและความเซ็กซี่ในระดับที่พอดี การใช้แสง สี และมุมกล้องช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับฉากเหล่านี้ได้อย่างมาก โดยไม่ทำให้รู้สึกมากจนเกินความจำเป็น
โดยรวมแล้ว Magic Move (ทำนายทายรัก) เป็นซีรีส์ BL ที่มีแนวคิดน่าสนใจ มีเอกลักษณ์จากการนำเรื่องการทำนายดวงและความเชื่อมาผสมผสานกับเรื่องราวความรักได้อย่างลงตัว ทั้งเนื้อเรื่อง การแสดง และงานภาพล้วนทำออกมาได้ดี จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมอยากแนะนำให้แฟนซีรีส์ BL ได้ลองรับชม
⭐ คะแนนรวม : 8/10
Was this review helpful to you?
Journey with You (与君同) 8/10
Journey with You (与君同) เป็นซีรีส์ BL จีนแนวย้อนยุค โรแมนติก และดราม่า ที่เล่าเรื่องราวของ "Yin Qi" องค์ชายห้าที่อยู่ชายแดน วันหนึ่งเขาได้รับจดหมายให้เดินทางกลับเมืองหลวง แต่ระหว่างทางกลับต้องเผชิญกับแผนลอบสังหาร จนทำให้เขาและสหายคนสำคัญอย่าง "Pei Yan Zhi" ต้องจบชีวิตลงอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น เมื่อ Yin Qi กลับย้อนเวลากลับไปยังอดีตก่อนวันที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น การได้รับโอกาสครั้งที่สองทำให้เขาตัดสินใจแก้ไขความผิดพลาดในอดีต ค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ต่าง ๆ และพยายามเปลี่ยนชะตากรรมของตนเองและคนที่เขารัก
สามารถรับชมได้ทาง GagaOOLala
สำหรับผม Journey with You เป็นซีรีส์ที่มีเนื้อเรื่องสนุก น่าติดตาม และเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ตัวเรื่องมีทั้งปมปริศนา การเมือง การหักหลัง และการค้นหาความจริง ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้การดำเนินเรื่องไม่น่าเบื่อ และทำให้ผู้ชมอยากติดตามต่อว่าเรื่องราวจะดำเนินไปในทิศทางใด
ในด้านการแสดง นักแสดงทุกคนสามารถถ่ายทอดบทบาทของตนออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ มีเสน่ห์ และเข้ากับคาแรกเตอร์ของตัวละครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตัวละครหลักที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมและทำให้ผมติดตามเรื่องราวจนจบได้ไม่ยาก
สำหรับงานโปรดักชันก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ด้วยความที่เป็นซีรีส์ย้อนยุค จึงมีการออกแบบฉาก เครื่องแต่งกาย และบรรยากาศต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับยุคสมัยได้อย่างน่าเชื่อถือ รายละเอียดหลายอย่างช่วยเสริมให้โลกของเรื่องดูมีชีวิตชีวาและสมจริงมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของงานภาพและการถ่ายทำก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น มุมกล้องที่หลากหลาย การจัดองค์ประกอบภาพ รวมถึงการใช้แสงและสี ทำให้หลายฉากมีความสวยงามและช่วยส่งเสริมอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉากความสัมพันธ์ของตัวละครที่ถ่ายทอดออกมาอย่างมีรสนิยม ผสมผสานทั้งอารมณ์ ความโรแมนติก และความสวยงามทางด้านภาพได้อย่างลงตัว ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป
โดยรวมแล้ว Journey with You เป็นซีรีส์ BL จีนอีกหนึ่งเรื่องที่มีทั้งความโรแมนติก ความดราม่า และปมปริศนาที่ชวนติดตาม ผสมผสานกับการแสดงที่ดีและงานโปรดักชันที่สวยงาม จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมอยากแนะนำให้ผู้ที่ชื่นชอบซีรีส์แนวย้อนยุคและโรแมนติกได้ลองรับชม
⭐ คะแนนรวม : 8/10
Was this review helpful to you?
Therapy Game (セラピーゲーム) 8/10
Therapy Game (セラピーゲーム) เป็นซีรีส์แนว Boys' Love (BL) ดราม่า-โรแมนติกจากประเทศญี่ปุ่น ที่เล่าเรื่องราวของ "Mito Minato" ชายหนุ่มที่บังเอิญได้พบกับ "Ikushima Shizuma" ที่บาร์แห่งหนึ่ง ในขณะที่ Shizuma กำลังเสียใจกับการเลิกรากับแฟนสาวและดื่มจนเมาMinato รู้สึกประทับใจ Shizuma ตั้งแต่แรกพบ และหลังจากใช้เวลาร่วมกัน ทั้งสองก็มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งเกิดขึ้น แต่เมื่อเช้าวันรุ่งขึ้น Shizuma กลับจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย จนนำไปสู่เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความสับสน ความรู้สึก และการเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กัน
สามารถรับชมได้ทาง GagaOOLala และ YouTube ช่อง DEXclub
สำหรับผม Therapy Game เป็นซีรีส์ที่ค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละครอย่างเป็นธรรมชาติ แม้จุดเริ่มต้นของเรื่องจะเกิดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด แต่ความรู้สึกของทั้งคู่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นทีละน้อย จนทำให้คนดูสามารถเข้าใจและเชื่อในความสัมพันธ์ของพวกเขาได้
ตัวซีรีส์มีทั้งความโรแมนติกและดราม่าที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว มีทั้งฉากอบอุ่น ฉากชวนยิ้ม และช่วงเวลาที่ทำให้ผู้ชมอินไปกับความรู้สึกของตัวละคร อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวผมมองว่าหากแต่ละตอนมีความยาวมากกว่านี้อีกสักเล็กน้อย ก็อาจช่วยให้เรื่องราวและพัฒนาการของตัวละครมีพื้นที่ในการเล่าได้มากขึ้น หลายฉากที่กำลังพาผู้ชมเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครกลับจบลงค่อนข้างเร็ว จนน่าเสียดายอยู่เหมือนกัน
ในด้านการแสดง ถือเป็นจุดเด่นของเรื่องเลยก็ว่าได้ นักแสดงทุกคนมีเสน่ห์และถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีมาก โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสายตา สีหน้า และภาษากาย ซึ่งช่วยให้ผู้ชมสัมผัสถึงความรู้สึกของตัวละครได้อย่างชัดเจน ทำให้หลายฉากมีพลังทางอารมณ์มากยิ่งขึ้น
ส่วนงานโปรดักชันก็ทำออกมาได้ดีเช่นกัน ทั้งการถ่ายทำ มุมกล้อง และการจัดองค์ประกอบภาพ โดยเฉพาะฉากความสัมพันธ์ของตัวละครที่ถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงามและมีรสนิยม ไม่มากจนเกินไป แต่สามารถสื่อถึงความโรแมนติกและความใกล้ชิดของตัวละครได้เป็นอย่างดี
โดยรวมแล้ว Therapy Game เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ญี่ปุ่นที่น่าสนใจ ทั้งในด้านเนื้อเรื่อง การแสดง และงานภาพ มีการเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม นักแสดงมีเสน่ห์และเคมีที่ดีต่อกัน จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมอยากแนะนำให้แฟนซีรีส์ BL ได้ลองรับชม
⭐ คะแนนรวม : 8/10
Was this review helpful to you?

