Editorials รีวิว: บุพเพสันนิวาส (Love Destiny) (2026) 6/10
จบแล้วสำหรับ บุพเพสันนิวาส (Love Destiny) เวอร์ชันซีรีส์วายแนวย้อนยุค ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมค่อนข้างคาดหวังพอสมควร เพราะส่วนตัวชอบ บุพเพสันนิวาส เวอร์ชันชายหญิงมาก จึงอยากเห็นว่าการนำมาตีความใหม่ในรูปแบบซีรีส์วายจะออกมาเป็นอย่างไร
ในส่วนของ เรื่องราวและโครงเรื่อง ผมมองว่าพล็อตยังมีความน่าสนใจ และมีพื้นฐานที่แข็งแรงอยู่แล้ว แต่จังหวะการเล่าเรื่องค่อนข้างรวดเร็ว โดยเฉพาะการพัฒนาความรักและความสัมพันธ์ของตัวละครที่เกิดขึ้นไวไปเล็กน้อย จึงทำให้ผมยังอินกับความสัมพันธ์ได้ไม่สุดเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะจำนวนตอนมีจำกัด ทำให้ซีรีส์จำเป็นต้องเล่าเรื่องอย่างกระชับ ส่วนตัวผมก็ยังไม่ค่อยชอบบทสรุปของเรื่องเท่าไรนัก
สำหรับ ตัวละครและนักแสดง จุดที่ผมชอบคือเคมีของหลายคู่ โดยเฉพาะพ่อเดช–พ่อแก้ว และพ่อเรือง–พ่อวาด ที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ออกมาได้น่าติดตาม อีกคู่ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษคือผิน–แย้ม แม้จะมีเวลาออกจอไม่มาก แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัวก็ดูน่ารักและมีเสน่ห์มาก น่าเสียดายที่ซีรีส์ไม่ได้ขยายรายละเอียดความสัมพันธ์ของคู่นี้ให้มากกว่านี้
อีกประเด็นที่ทำให้ผมยังไม่ค่อยอิน คือ การใช้ภาษา บางช่วงให้ความรู้สึกแปลกและไม่เป็นธรรมชาติสำหรับผม อาจเป็นเพราะคำโบราณหรือวิธีการเรียบเรียงบทสนทนา ทั้งที่เวอร์ชันก่อนหน้าก็ใช้ภาษาตามยุคสมัยเช่นกัน แต่สามารถทำให้ผมเชื่อและเข้าถึงอารมณ์ของเรื่องได้มากกว่า
แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่ผมชอบที่สุดของเรื่องนี้ คงต้องยกให้กับ งานโปรดักชัน ครับ ทั้งมุมกล้อง การจัดแสง ภาพ และองค์ประกอบภายในฉาก ทำออกมาได้สวยงามและเข้ากับบรรยากาศของยุคสมัยได้ดีมาก ภาพรวมดูมีความประณีต ช่วยเสริมให้โลกของซีรีส์ดูสมบูรณ์และน่าเชื่อถือขึ้นอย่างชัดเจน
อีกสิ่งที่อยากพูดถึงคือเพลง “โอ้...หัวใจ (Oh...My Heart)” ขับร้องโดยออกัส วชิรวิชญ์ ซึ่งปล่อยออกมาก่อนซีรีส์เริ่มออนแอร์ ผมฟังมาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ และยังรู้สึกว่าเป็นเพลงที่เพราะมาก เพลงผสมผสานดนตรีไทยเข้ากับดนตรีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว และเข้ากับบรรยากาศของเรื่องได้ดี
คะแนนรวม: 6/10 โดยรวมแล้ว บุพเพสันนิวาส (Love Destiny) ยังมีบางองค์ประกอบที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผม โดยเฉพาะจังหวะการเล่าเรื่องและการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคร แต่ในด้านโปรดักชันถือว่าทำได้โดดเด่นมาก ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผม หากใครอยากลองสัมผัส\ บุพเพสันนิวาส ในรูปแบบซีรีส์วาย สามารถรับชมได้ทุกตอนทาง IQIYI
ในส่วนของ เรื่องราวและโครงเรื่อง ผมมองว่าพล็อตยังมีความน่าสนใจ และมีพื้นฐานที่แข็งแรงอยู่แล้ว แต่จังหวะการเล่าเรื่องค่อนข้างรวดเร็ว โดยเฉพาะการพัฒนาความรักและความสัมพันธ์ของตัวละครที่เกิดขึ้นไวไปเล็กน้อย จึงทำให้ผมยังอินกับความสัมพันธ์ได้ไม่สุดเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะจำนวนตอนมีจำกัด ทำให้ซีรีส์จำเป็นต้องเล่าเรื่องอย่างกระชับ ส่วนตัวผมก็ยังไม่ค่อยชอบบทสรุปของเรื่องเท่าไรนัก
สำหรับ ตัวละครและนักแสดง จุดที่ผมชอบคือเคมีของหลายคู่ โดยเฉพาะพ่อเดช–พ่อแก้ว และพ่อเรือง–พ่อวาด ที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์ออกมาได้น่าติดตาม อีกคู่ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษคือผิน–แย้ม แม้จะมีเวลาออกจอไม่มาก แต่ทุกครั้งที่ปรากฏตัวก็ดูน่ารักและมีเสน่ห์มาก น่าเสียดายที่ซีรีส์ไม่ได้ขยายรายละเอียดความสัมพันธ์ของคู่นี้ให้มากกว่านี้
อีกประเด็นที่ทำให้ผมยังไม่ค่อยอิน คือ การใช้ภาษา บางช่วงให้ความรู้สึกแปลกและไม่เป็นธรรมชาติสำหรับผม อาจเป็นเพราะคำโบราณหรือวิธีการเรียบเรียงบทสนทนา ทั้งที่เวอร์ชันก่อนหน้าก็ใช้ภาษาตามยุคสมัยเช่นกัน แต่สามารถทำให้ผมเชื่อและเข้าถึงอารมณ์ของเรื่องได้มากกว่า
แต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่ผมชอบที่สุดของเรื่องนี้ คงต้องยกให้กับ งานโปรดักชัน ครับ ทั้งมุมกล้อง การจัดแสง ภาพ และองค์ประกอบภายในฉาก ทำออกมาได้สวยงามและเข้ากับบรรยากาศของยุคสมัยได้ดีมาก ภาพรวมดูมีความประณีต ช่วยเสริมให้โลกของซีรีส์ดูสมบูรณ์และน่าเชื่อถือขึ้นอย่างชัดเจน
อีกสิ่งที่อยากพูดถึงคือเพลง “โอ้...หัวใจ (Oh...My Heart)” ขับร้องโดยออกัส วชิรวิชญ์ ซึ่งปล่อยออกมาก่อนซีรีส์เริ่มออนแอร์ ผมฟังมาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ และยังรู้สึกว่าเป็นเพลงที่เพราะมาก เพลงผสมผสานดนตรีไทยเข้ากับดนตรีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว และเข้ากับบรรยากาศของเรื่องได้ดี
คะแนนรวม: 6/10 โดยรวมแล้ว บุพเพสันนิวาส (Love Destiny) ยังมีบางองค์ประกอบที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของผม โดยเฉพาะจังหวะการเล่าเรื่องและการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคร แต่ในด้านโปรดักชันถือว่าทำได้โดดเด่นมาก ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผม หากใครอยากลองสัมผัส\ บุพเพสันนิวาส ในรูปแบบซีรีส์วาย สามารถรับชมได้ทุกตอนทาง IQIYI
Was this review helpful to you?


